ียิ่ นี้เป็นเรื่องที่ผมได้ฟังมาจากเพื่อนของผมเอง เรื่อง คุณค่าทางวัตถุ เพื่อนของผมเขาเล่าว่า หากอยากจะชวนใครสักคนทำอะไรสักอย่างหนึ่งจะบอกถึง " คุณค่าทางจิตใจ ละ คุณค่าทางวัตถุ " . . . หลังจากนั้นไม่นานเขาก็พูดต่อว่า การบอกถึงคุณค่าทางจิตใจนั้นมักจะไม่มีใครสนใจเสียเท่าไหร ยกตัวอย่างเช่น การออกกำลังกาย ทุกๆคนย่อมรู้ว่าการออกกำลังกายนั้นช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง ปลอดโรค ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่หากมีคนบอกว่า พรุ่งนี้ใครวิ่งออกกำลังกายได้ 50 รอบสนามฟุตบอล จะได้เงิน 10000 บาท ก็ย่อมมีแต่คนอยากจะวิ่ง เพื่อเอาเงิน นั้นก็แสดงถึงคุณค่าทางวัตถุ เช่นเดียวกันนั้น ผมจะขอลองยกอีกตัวอย่างที่ผมคิดขึ้นมา
หากคุณลองบอกให้ ลูกๆของคุณใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ เช่น เตะบอลซะนะ จะได้ร่างกายแข็งแรง
ตั้งใจเรียนซะนะ ภายภาคหน้าจะได้มีโอกาสในหลายๆทาง
แต่ลองพูดใหม่โดยนำสิ่งที่ล่อตาล่อใจเด็กใส่เข้าไปด้วย เช่น เตะบอลซะนะ แล้วพ่อจะพาไปดูฟุตบอลที่อังกฤษ ตั้ใจเรียนนะ ถ้าได้เกรด 4 พ่อจะซื้อแท็ปเล็ตใหม่ให้
ดังนั้นผมคิดว่าการเพิ่มคุณค่า และให้ผลตอบแทนอย่างเป็นชิ้น เป็นอันที่มองเห็นเป็นวัตถุ สิ่งของ นั้นย่อมส่งผลต่อการกระตุ้นจะให้ทำในสิ่งที่เราต้องการได้นั้นเอง
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คุณค่าทางจิตใจบางครั้งก็ย่อมสำคัญกว่าคุณค่าทางวัตถุ ยกตัวอย่างเช่น ของรัก ของหวงของคุณ คุณนั้นก็ย่อมไม่ยอมให้เอาสิ่งใดๆมาแลกเป็นแน่แท้ ยกเว้น แต่ว่า สิ่งที่แลกเปลี่ยนไปนั้นย่อมคุ้มค่าสุดๆ
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจจะ ชักชวนใคร เราเสนอ คุณค่าทางจิตใจ และคุณค่าทางวัตถุ ให้เขาดู รับรองย่อมได้ผลในทางที่ดียิ่งขึ้นอย่างแน่นอน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น